หน้าแรก

หาอะไรก็เจอ

กำลังโหลด...

วันอังคารที่ 4 ตุลาคม พ.ศ. 2554

แนวข้อสอบภาษาไทย ชุดที่ 1 ข้อที่ 61-90

61. ข้อใดเป็นสาระสำคัญที่สุดของข้อความนี้

1. คนไทยชอบการเปลี่ยนแปลง

2. คนไทยยอมรับผู้อื่นที่แตกต่างไปจากตน

3. คนไทยเป็นคนแปลกไม่เหมือนคนอื่น

4. คนไทยไม่รุกรานผู้อื่น

ตอบ 2 ข้อ 2 ก็คือ คนไทยปรับตัวเก่งนั่นเอง

ให้ใช้ข้อความต่อไปนี้ตอบคำถามข้อ 62 - 64

1. สังคมซึ่งยึดหลักธรรมของเสรีภาพเป็นสังคมเปิด

2. เป็นสังคมที่เปิดให้มนุษย์มีศักดิ์ศรีเท่าเทียมกัน เป็นตัวของตัวเอง

3. สามารถแสดงความคิดเห็นและเรียนรู้เหตุการณ์ต่าง ๆ ในสังคมได้ โดยไม่มีข้อกำหนดขีดคั่นไว้

4. จุดสำคัญของเสรีภาพ และลัทธิประชาธิปไตยจึงอยู่ที่ข้อสันนิษฐานว่ามนุษย์ควรมีโอกาสเป็นตนของตนเองเท่าเทียมกัน

5. มีความคิดเห็นและแสดงความคิดเห็นนั้น ๆ ออกมาได้โดยเสรีภาพเท่าเทียมกัน

62. ข้อความส่วนใดเป็นข้อสรุปของข้อความทั้งหมด

1. ส่วนที่ 2 - 5

2. ส่วนที่ 3 - 5

3. ส่วนที่ 4 - 5

4. ส่วนที่ 5

ตอบ 3 สังเกตจาก จึง

63. ข้อใดไม่ใช่ลักษณะของ สังคมเปิด

1. เปิดโอกาสให้ทุกคนเป็นตัวของตัวเอง

2. เปิดโอกาสให้ทุกคนมีศักดิ์ศรีเท่าเทียมกัน

3. เปิดโอกาสให้ทุกคนสามารถแสดงความคิดเห็นของตนได้โดยเสรี

4. เปิดโอกาสให้ทุกคนเรียนรู้เหตุการณ์และกระทำการได้โดยเสรี

ตอบ 4 ผิดตรง กระทำการได้โดยเสรี

64. เพราะเหตุใดเสรีภาพจึงถือเป็นหลักธรรมของสังคม

1. เพราะค่านิยมของคนในสังคมเคารพบูชาเสรีภาพ

2. เพราะความเชื่อว่าสังคมจะอยู่ไม่ได้ ถ้าขาดเสรีภาพ

3. เพราะความเชื่อว่าเสรีภาพทำให้เกิดความเท่าเทียมกันในสังคม

4. เพราะความเชื่อว่าเสรีภาพเป็นสิ่งจำเป็นสำหรับการปกครองระบอบประชาธิปไตย

ตอบ 3

65. ข้อใดใช้ภาพพจน์ต่างกับข้ออื่น

1. ขอให้ฉันได้เก็บเกี่ยวเหงื่อที่ฉันหว่านลงไปบนมัน

2. แต่มันก็เป็นแม่บังเกิดเกล้าของฉัน ฉันเป็นลูกของธรณีผืนนี้

3. แต่เจ้าแม่พิรุณก็มิได้สงสาร แม้เพียงจะหลั่งน้ำตาลงมาเวทนามันสักหยด

4. ไม่ปรากฏว่าฟ้าจะมีเมฆตั้งเค้าให้ชื่นใจ ที่นาหายใจคล้ายคนร่อแร่จวนจะตาย

ตอบ 1 ข้อ 1 ใช้นามนัย ตรง หยาดเหงื่อ

ข้อ 2 ใช้บุคลาวัต ตรง ลูกของธรณี

ข้อ 3 ใช้บุคลาวัต ตรง เจ้าแม่พิรุณ

ข้อ 4 ใช้บุคลาวัต ตรง ที่นาหายใจ

ใช้ตัวเลือกต่อไปนี้ตอบคำถามข้อ 66 - 69

ก.ฉันเยาว์ฉันเขลาฉันทึ่ง ฉันจึงมาหาความหมาย

ฉันหวังเก็บอะไรไปมากมาย สุดท้ายให้กระดาษฉันแผ่นเดียว

ข.พระแม่เป็นดวงใจไทยทั้งชาติ เพ็ญพิลาสเลอโฉมบรรโลมสง่า

เป็นมิ่งขวัญร่มเกล้าชาวประชา คู่บุญญาธำรงวงศ์จักรี

ค.ห้วยสะท้อนสะท้อนใจได้มาถึง นั่งรำพึงรำพันหวั่นสับสน

จะลืมเราหรือเปล่าหนอท้อกมล ขอสะท้อนผลกรรมดีที่เคยทำ

ง.อย่านะอย่าหวั่นไหวใจห้ามขาด ใจตวาดแล้วใยใจผวา

ตาร้องไห้ใจก็ตามไปห้ามตา สมน้ำหน้าหัวใจร้องไห้เอง

66. ข้อใดเล่นคำพ้อง

1. ข้อ ก.

2. ข้อ ข.

3. ข้อ ค.

4. ข้อ ง.

ตอบ 3 - ข้อ 3 เล่นคำพ้องตรง ห้วยสะท้อน สะท้อนใจ

67. ข้อใดใช้การเขียนแบบอุปลักษณ์

1. ข้อ ก.

2. ข้อ ข.

3. ข้อ ค.

4. ข้อ ง.

ตอบ 2 - สังเกตจาก พระแม่เป็นดวงใจ

68. ข้อใดใช้การแต่งแบบบุคคลสมมติ

1. ข้อ ก.

2. ข้อ ข.

3. ข้อ ค.

4. ข้อ ง.

ตอบ 4 - สังเกตจาก ใจก็ตามไปห้ามตา

69. ข้อใดเป็นแนวการเขียนแบบเพื่อชีวิตมากที่สุด

1. ข้อ ก.

2. ข้อ ข.

3. ข้อ ค.

4. ข้อ ง.

ตอบ 1 - งานเพื่อชีวิต คือ งานที่มุ่งหวังปรับปรุงสังคม

70. ‘ด้วยความรู้นั้นเลิศประเสริฐสุด

เปรียบประดุจดังแควกระแสสินธุ์

จะวิดวักตักมาเป็นอาจินต์

ไม่รู้สิ้นแห้งขอดตลอดกาล

ข้อใดไม่ปรากฏในบทกวีนี้

1. อุปลักษณ์

2. คำความหมายใกล้เคียงกัน

3. อุปมา

4. สัมผัสใน

ตอบ 1 - เป็น ในวรรค 3 ไม่ได้มีความหมายเปรียบเทียบ จึงไม่ใช่อุปลักษณ์

71. ‘เราดีดีกว่าดวงดีเพราะดีนั้นมีที่เราดีกว่าที่ดวงทำดี นั่นแหละเราหน่วงเอาดีทั้งปวงมาทำให้ดวงมันดี

ถ้าแยกวรรคให้ถูกต้องแล้ว ข้อความนี้เป็นคำประพันธ์ประเภทใด

1. กาพย์ยานี

2. กาพย์ฉบัง

3. อินทรวิเชียรฉันท์

4. ร่ายยาว

ตอบ 2 - แยกวรรคได้ว่า

เราดีดีกว่าดวงดี เพราะดีนั้นมี ที่เราดีกว่าที่ดวง ทำดีนั่นแหละเราหน่วง เอาดีทั้งปวง มาทำให้ดวงมันดี

72. ข้อใดมีการใช้คำ โทโทษ

1. พระจักขุ่นจักข้อน จักแค้นคับทรวง

2. ตรึงอกพกตกขว้ำ อยู่เบื้องบนสาร

3. อ้าศรีเสาวภาคย์เพี้ยง เพ็ญแข

4. ถนัดดั่งพาหาเหี้ยนหั่นกลิ้งไกลองค์

ตอบ 2 - ข้อ 2 มีโทโทษตรง ขว้ำ

73. ข้อใดไม่ใช้ภาพพจน์

1. ที่น้ำลึกเป็นห้วงพ่วงแพราย ทอดสายทุ่นถ่วงหน่วงรั้ง

2. ลมหวนครวญเสียงลม พาใจตรมตามลมครวญ

3. ฝ่ายชีเปลือยคนฮารุมด่าขรม เดินนุ่งลมห่มฟ้าน่าบัดสี

4. ความจนเป็นแรงให้แข็งสู้ หากชีพอยู่จะมิยอมค้อมหัวให้

ตอบ 1 - ข้อ 2 มีภาพพจน์ตรง ลมหวน ลมครวญ

- ข้อ 3 มีภาพพจน์ตรง นุ่งลมห่มฟ้า

- ข้อ 4 มีภาพพจน์ตรง ความจนเป็นแรง

74. “ ถ้ารักกันไม่ได้ก็ไม่รัก ไม่เห็นจักเกรงการณ์สถานไหน ไม่รักเราเราก็จักไม่รักใคร เอ๊ะ น้ำตาเราไหลทำไมฤา ” ลักษณะการเขียนอนุมานได้ว่าผู้เขียนรู้สึกอย่างไรมากที่สุด

1. ตัดสินใจไม่ได้

2. ตัดใจไม่ได้

3. ปลอบใจตนเอง

4. ปากกับใจไม่ตรงกัน

ตอบ 2

ใช้คำประพันธ์ต่อไปนี้ ตอบคำถามข้อ 75 และข้อ 76

1. กระเต็นกระตั้วตื่น แตกคน

2. กระจิบกระจาบปน แปลกเปล้า

3. กระสากระสังสน เสียดสัก สู่แฮ

4. กระรอกกระเรียนเข้า ย่องแหย้งอาหาร

75. คำประพันธ์บทนี้เด่นที่สุดในด้านใด

1. ภาพพจน์

2. สัมผัสพยัญชนะ

3. สัมผัสสระ

4. จังหวะ

ตอบ 2 สังเกตจากมีสัมผัสอักษรทุกบรรทัดเลย

76. คำประพันธ์บทนี้มีลักษณะที่ไม่ตรงตามผังฉันทลักษณ์มากที่สุดในเรื่องใด

1. คำเอก คำโท สลับที่กัน

2. ใช้คำเอกโทษ

3. ใช้คำโทโทษ

4. ใช้คำตายแทนคำเอก

ตอบ 4 ใช้คำตายแทนคำเอกถึง 5 แห่ง

77. ความในข้อใดใช้โวหารเปรียบเทียบต่างจากข้ออื่น

1. เมื่อแรกเชื่อว่าเนื้อทับทิมแท้ มาแปรเป็นพลอยหุงไปเสียได้

2. กาลวงว่าหงส์ให้ปลงใจ ด้วยมิได้ดูหงอนแต่ก่อนมา

3. แม้นเนื้อเย็นเป็นห้วงมหรรณพ ที่ขอพบศรีสวัสดิ์เป็นมัจฉา

4. เหล่าชายคือมวลภุมรา ใฝ่หาแต่มวลมาลี

ตอบ 2 - ข้อ 1 ใช้อุปลักษณ์ตรง เนื้อทับทิม

- ข้อ 3 ใช้อุปลักษณ์ตรง เป็นห้วงมหรรณพ

- ข้อ 4 ใช้อุปลักษณ์ตรง คือมวลภุมรา

- ข้อ 2 ใช้สัญลักษณ์ตรง กา………….หงส์

78. ใครจะไว้ใจอะไรก็ตามเถิด แต่อย่าเกิดไว้ใจในสิ่งห้า

หนึ่งอย่าไว้ใจทะเลทุกเวลา สองสัตว์เขี้ยวเล็บงาอย่าวางใจ

สามผู้ถืออาวุธสุดจักร้าย สี่ผู้หญิงทั้งหลายอย่ากรายใกล้

ห้ามหากษัตริย์ทรงฉัตรชัย ถ้าแม้นใครประมาทอาจตายเอย

เหตุผลสำคัญที่สุดที่ไม่ให้ไว้ใจสิ่งทั้งห้าที่กล่าวถึงในบทประพันธ์นี้คือข้อใด

1. ความโลเล

2. ความรุนแรง

3. ความแปรปรวน

4. ความมีอำนาจ

ตอบ 3 ความแปรปรวน = ไม่แน่นอน

79. ข้อใดเป็นลักษณะร่วมกันของมวยไทยและมวยสากล

ก. ฉับฉวยชกฉกช้ำ ฉุบฉับ

ข. โถมทุบทุ่มถองทับ ถีบท้าว

ค. เตะตีต่อยตุบตับ ตบตัก

ง. ขันต่อยตีพวกพื้น ม่านรู้ครูมวย

1. ข้อ ก. และ ค.

2. ข้อ ข. และ ค.

3. ข้อ ก. และ ง.

4. ข้อ ข. และ ง.

ตอบ 3 - มวยไทยและสากล มีลักษณะร่วมตรงกันคือ ชกเฉพาะ มือ ห้ามใช้ เท้า ข้อ 3 จึงถูกต้อง

80. คำประพันธ์ต่อไปนี้มีความดีเด่นในเชิงวรรณศิลป์อย่างไร

1. ธ ก็ไสสองสารทรง ตรงเข้าถีบเข้าแทง ด้วยแรงมันแรงกาย

หงายงาเสยสารเศิก เพิกพังพ่ายบ่ายตน ปนปะไปไขว่คว้าง

ช้างศึกได้กลิ่นมัน หันหัวหกตกกระหม่า

2. เล่นเสียงสัมผัสอักษรและสัมผัสสระ

3. เล่นเสียงพยางค์และเสียงวรรณยุกต์

4. เล่นคำซ้ำและคำซ้อน

5. เล่นคำคู่และคำประสม

ตอบ 1

81. ข้อใดพรรณนาถึงสิ่งที่ต่างประเภทจากข้ออื่น

1. น้ำเงินคือเงินยวง ขาวพรายช่วงสีสำอาง

2. โนรีสีปานชาด เหมือนช่างฉลาดวาดแต้มลาย

3. สัตวาน่าเอ็นดู คอยหาคู่อยู่เอกา

4. สร้อยทองย่องเยื้องชาย หมายสายสวาทนาดนวยจร

ตอบ 1 - ข้อ 2, 3, 4 พูดถึง นก

- ข้อ 1 พูดถึง ปลา

82. ข้อใดเป็นความแตกต่างชัดเจนของเรื่องนิราศพระบาทและนิราศลอนดอน

1. รูปแบบคำประพันธ์ที่ใช้

2. การรำพันถึงบุคคลอันเป็นที่รักในระหว่างการเดินทาง

3. พรรณนาถึงสถานที่และเหตุการณ์ต่าง ๆ ที่ผู้แต่งประสบ

4. สอดแทรกความรู้และความคิดเห็นของผู้แต่งไว้

ตอบ 2 - นิราศลอนดอนพูดถึงนางอันเป็นที่รักน้อยมาก

83. “ ธรรมดามหาสมุทร มีคราวหยุดพายุผัน มีคราวสลาตัน ตั้งระลอกกระฉอกฉาน ”

คำประพันธ์นี้ให้แง่คิดเกี่ยวกับเรื่องใดในทางพุทธศาสนา

1. ไตรลักษณ์

2. เบญจขันธ์

3. อิทธิบาท

4. พรหมวิหาร

ตอบ 1 - มีคราวหยุด มีคราวสลาตัน คือ ไม่แน่นอน = อนิจจัง ซึ่งเป็นหนึ่งในสามของกฎไตรลักษณ์

84. ถือตามคำโบราณท่านว่ามา ว่าว่ายน้ำเข้าหาจระเข้ใหญ่ ข้อความที่ขีดเส้นใต้ มีความหมายคล้ายคลึงกับสำนวนใดมากที่สุด

1. แมลงเม่าบินเข้ากองไฟ

2. สอนจระเข้ให้ว่ายน้ำ

3. แกว่งเท้าหาเสี้ยน

4. ใจดีสู้เสือ

ตอบ 4 - ว่ายน้ำเข้าหาจระเข้ คือ ตัดสินใจเสี่ยงทั้ง ๆ ที่มีอันตรายจึงคล้ายกับ ใจดีสู้เสือ มากที่สุด

85. คำประพันธ์ข้อใดไม่ใช่ความเชื่อในสังคมไทย

1. ปุโรหิตฟันไม่ข่มนาม ทำตามตำราพิชัยยุทธ์

2. เล่าความฝันมาประหม่ากลัว ว่าทูนหัวสุมไฟไว้ในมุ้ง

3. เห็นเพลิงพลุ่งรุ่งโรจน์โชตนา ก็แบหลาโจนเข้าในอัคคี

4. แล้วจะลุยเข้าไปในอัคคี ถ้าแม้นชั่วชีวีจงวายปราณ

ตอบ 3 - ข้อ 1 มีความเชื่อคือ ตัดไม้ข่มนาม

- ข้อ 2 มีความเชื่อคือ ความฝัน

- ข้อ 4 มีความเชื่อคือ การลุยไฟพิสูจน์ความบริสุทธิ์

86. ข้อใดสะท้อนค่านิยมบางประการของสังคมไทย

1. ถือตามคำโบราณท่านว่ามา ว่าว่ายน้ำเข้าหาจระเข้ใหญ่

ยากง่ายตายเป็นประการใด ให้เป็นไปตามกรรมที่ทำมา

2. เจ้าของตาลรักหวานขึ้นปีนต้น ระวังตนตีนมือระมัดมั่น

เหมือนคบคนคำหวานรำคาญครัน ถ้าพลั้งพลันเจ็บอกเหมือนตกตาล

3. สรุปแล้วแก้วธัญญ์พืชพันธุ์นี้ คุณภาพมีศรีปานอาหารสวรรค์

ในพรรษานาอุดมสมบูรณ์ธัญญ์ ควรแก่สรรเสริญกราวคือชาวนา

4. เมื่อจะเอาโทษทัณฑ์ฉันใด ก็ตามใจด้วยเรานี้เป็นข้า

ได้ถือน้ำพระพิพัฒน์สัจจา จะหลบลี้หนีหน้าไปทำไม

ตอบ 4 - ข้อ 4 มีค่านิยม การรักษาสัจจะ

87. ข้อใดไม่ตรงกับค่านิยมที่ว่า เป็นหญิงจะต้องรู้จักรักนวลสงวนตัว

1. ธรรมดาเกิดมาเป็นสตรี ชั่วดีคงได้คู่มาสู่สอง

มารดาย่อมอุตส่าห์ประคับประคอง หมายปองว่าจะปลูกให้เป็นเรือน

2. อันหนึ่งเราเขาก็ว่าเป็นผู้ดี มั่งมีแม่มิให้ลูกอายเพื่อน

จะด่วนร้อนก่อนแม่ทำแชเชือน ความอายจะกระเทือนถึงมารดา

3. ผู้ใดเกิดเป็นสตรีอันมีศักดิ์ บำรุงรักกายไว้ให้เป็นผล

สงวนงามตามระบอบให้ชอบกล จึงจะพ้นภัยพาลการนินทา

4. อันที่จริงหญิงชายย่อมหมายรัก มิใช่จักตัดทางที่สร้างสม

แม้นจักรักรักไว้ในอารมณ์ อย่ารักชมนอกหน้าเป็นราคี

ตอบ 4 - ข้อ 4 เป็นการสอนว่า รักอย่าแสดงออกนอกหน้า ไม่ใช่ การรักนวลสงวนตัว

88. “พระอภัยอย่าได้หมายทำร้ายเขา จะสูญเผ่าพงศ์ชาติพระศาสนา

เป็นคู่สร้างนางละเวงวัณฬามา ถึงไตรดายุคแล้วไม่แคล้วกัน

ข้อใดสะท้อนความเชื่อที่ตรงกับคำประพันธ์ข้างต้น

1. พี่แบ่งบุญบรรพชิตอุทิศให้ เจ้าจงไปสู่สวรรค์ให้หรรษา

อันชาตินี้มีกรรมจำนิรา เมื่อชาติหน้าขอให้พบประสบกัน

2. อิเหนากับบุษบาโฉมยง เป็นวงศ์เทวากระยาหงัน

วาสนาเขาเคยคู่กัน ที่จะมิรักนั้นอย่าสงกา

3. อย่าว่าแต่เจ้ายากอยู่สิบห้า ถึงห้าชั่งพี่ก็หามาช่วยได้

บุญหลังได้สร้างมาปางใด เผอิญให้จำเพาะพบประสบนาง

4. เดชะบุญคุณพระมาปะพบ ไม่ต้องรบชิงช่วงดวงสมร

คงได้คู่สู่สมสยุมพร อย่าทุกข์ร้อนเลยพระองค์จงสำราญ

ตอบ 2 - ข้อความนี้สะท้อนว่าเนื้อคู่กับเรื่องของบุญของวาสนา ซึ่งตรงกับข้อ 2

89. ‘ถึงพ่อแม่เราไซร้จะให้ทรัพย์

ก็สำหรับขาดเหลือช่วยเกื้อหนุน

ย่อมจะเป็นแต่ละเมื่อที่เจือจุน

ไม่เหมือนทุนทางวิชาจะหากิน

ข้อความนี้ให้ความสำคัญกับเรื่องอะไรมากที่สุด

1. การดิ้นรนขวนขวายทำมาหากิน

2. ความกตัญญูต่อพ่อแม่

3. การอ่านออกเขียนได้

4. การศึกษาหาความรู้

ตอบ 4 - สังเกตจาก ไม่เหมือนทุนทางวิชาจะหากิน

ใช้ข้อความต่อไปนี้ตอบคำถามข้อ 90 - 91

งามกงวงจักรรักต์แดงงามกำส่ำแสงงามดุมประดับเพชรพราย

90. ข้อความนี้นำมาจัดตามรูปแบบฉันทลักษณ์ที่ถูกต้องได้อย่างไร

1. งามกงวงจักร รักต์แดงงามกำ ส่ำแสงงามดุม ประดับเพชรพราย

2. งามกงวงจักรรักต์ แดงงาม กำส่ำ แสงงามดุมประดับ เพชรพราย

3. งามกงวงจักรรัตน์แดง งามกำส่ำแสง งามดุมประดับเพชรพราย

4. งามกงวงจักรรักต์ แดงงามกำส่ำแสง งามดุมประดับเพชรพราย

ตอบ 3 - ข้อความที่ยกมาเป็นฉันทลักษณ์แบบ กาพย์ฉบัง 16”

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น